SC ฟุ้งยอดรวมเยี่ยมชมโครงการเฉลี่ยมากขึ้นกว่า 25% พร้อมทั้งเดินหน้าเนรมิตออฟฟิศใหม่

Posted by admin on November 17, 2014
แบบบ้านๆ / Comments Off

เอสซีฯ อธิบาย 9 เดือน มีรายได้รวม 8,221 ล้านบาท กำไรสุทธิ 941 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 20% ทั้งรายได้พร้อมทั้งกำไรสุทธิ มั่นใจตลอดทั้งปีรายได้ตามเป้า 12,000 ล้านบาท มีโครงการเหลือขายในพอร์ต 32 โครงการ มูลค่า 24,650 ล้านบาท พูดดัชนีความเชื่อผู้บริโภคขึ้นต้นปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ทุกโครงการทุกระดับราคาภายใต้แบรนด์เอสซีฯ ผู้เยี่ยมชมเฉลี่ยมากขึ้นกว่า 25% โดยเฉพาะในโครงการบ้านที่ระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านขึ้นไป พร้อมกันนี้เดินหน้าอาคารสำนักงานแห่งใหม่ “เอสซี แอสเสท”

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC แถลงถึงความสำเร็จของผลประกอบการภายใต้นโยบายการเติบโตอย่างยั่งยืน สรุปผลประกอบการ 9 เดือน บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,221 ล้านบาท เติบโต 21% เพราะเป็นรายได้จากการดำเนินงาน 8,191 ล้านบาท กำไรสุทธิ 941 ล้านบาท พร้อมกับยอดขาย 6,095 ล้านบาท เช่นนี้ ในปีนี้เอสซีฯ มีรายได้จากการโอนคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวมพร้อมทั้งสัดส่วนสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ไตรมาส 3 ที่สร้างผ่านมานี้ มีการเปิดพรีเซลส์โครงการใหม่ระดับพรีเมียม 3 โครงการ คือ 1. โครงการบ้านเดี่ยว ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 28 ไร่ มูลค่าโครงการ 830 ล้านบาท เริ่มทำ 7-10 ล้านบาท 2. โครงการบ้านเดี่ยว ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด วงแหวน-พระราม 9 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 45 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท เริ่มต้น 5-8 ล้านบาท 3. โครงการเวิร์คเพลส ราชพฤกษ์-จรัญฯ โฮมออฟฟิศดีไซน์ใหม่ มูลค่าโครงการ 720 ล้านบาท ราคาประเดิม 4.99-12 ล้านบาท สมัยนี้ทั้ง 3 โครงการได้รับการเห็นดีเห็นงามที่น่าพอใจ สร้างยอดขายรวมกันประมาณ 400 ล้านบาท เนื่องแต่ตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่น สะดวกสบาย กับมีการออกแบบที่แทนในเรื่องฟังก์ชันได้ครบถ้วน ตามหลักคิด 5 จุดขายหลักต่อเอสซีฯ

นายณัฐพงศ์ สรุปเพิ่มเติมถึงความเดินหน้าของอาคารสำนักงานแห่งใหม่ “เอสซี แอสเสท” กำลังพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานแห่งใหม่ บนถนนพหลโยธิน ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ ปัจจุบันโครงการได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเป็นที่เรียบร้อย กับได้เริ่มงานเสาเข็มเจาะแล้ว คาดหมายว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างราวๆ 2 ปี แล้วเสร็จต้นปี 2560 เป็นอาคารสูง 24 ชั้น พร้อมกับชั้นใต้ดิน 1 ชั้น รวมพื้นที่อาคารสำนักงานประมาณ 13,000 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,170 ล้านบาท ธุรกิจอาคารสำนักงานเพื่อเช่า ปัจจุบันอุปสงค์เติบโตเร็วกว่าอุปทานเห็นได้จาก occupancy rate พร้อมกับอัตราค่าเช่า มีการปรับตัวสูงขึ้นทุกๆ ปีต่อเนื่องกัน โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมด้วยเมื่อพิจารณาควบคู่กับปัจจัยบวกจากการเปิด

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤศจิกายน 2557 23:45

 

แมกโนเลีย ดึงแมนดาริน โอเรียลเต็ล มาบริหารคอนโด หรู เดอะ เรสซิเดนซ์

Posted by admin on November 10, 2014
แบบบ้านๆ / Comments Off

แมกโนเลีย ดึง เชนโรงแรมหรู “แมนดาริน โอเรียลเต็ล” บริหารยาว 25 ปี “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล” หวังเจาะกลุ่มลูกค้าโรงแรม เผยวอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ กวาดยอดขายแล้ว 80%
นายธนวันต์ ชัยวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นท์ คอปอร์เรชั่น จำกัด บริษัทในเครือซีพี เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาร่วมกับ แมนดาริน โอเรียลเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป เหตุด้วยบริหาร ระยะสัญญา 25 ปี ในโครงการ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ หมายความว่า 1 ใน 2 โครงการคอนโดมิเนียมลักซัวรี่ ที่โครงการไอคอนสยาม มูลค่าลงทุน 7,000 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่โครงการบนที่ดิน 4.9 ไร่ อาคารสูง 52 ชั้น จำนวน 146 ยูนิต พื้นที่ 132-690 ตารางเมตร คาดว่าราคาจะไม่ต่ำกว่า 300,000-350,000 บาทต่อตารางเมตร เปิดขายกลางปี 2558 พร้อมด้วยมีแผนที่จะนำโครงการนี้ไปโรดโชว์ยังต่างประเทศด้วย
สำหรับ แมนดาริน โอเรียลเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป สมัยนี้บริหารโครงการคอนโดมีเนียม 7 แห่งทั่วโลกคือ นิวยอร์ก แอลเอ บอสตัน ลอนดอน โบดรัม ไทเป มาเก๊า พร้อมทั้งล่าสุดคือ กรุงเทพ เพราะว่าบริษัทมีแผนที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าของแมนดารินทั่วโลก โดยเฉพาะแขกประจำที่มาพักในกรุงเทพที่ต้องการบ้านพักหลังที่สองในกรุงเทพ

นายธนวันต์ กล่าวต่อว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ลักซัวรี่ ระดับราคาตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ลูกค้ายังมีความต้องการซื้อ แต่ถ้าว่าการพัฒนาสินค้าจะตอบโจทย์ลูกค้า ดังนี้เริ่มมองเห็นแนวโน้มการพัฒนาโครงการคอนโดมีเนียมลักซัวรี่พร้อมนำเชนส์โรงแรมหรูเข้ามาบริหารมากขึ้น และคาดว่าในอนาคตจะมีโครงการใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกในกรุงเทพฯ เหตุว่าเชนส์โรงแรมจะมีความโดดเด่นเรื่องการบริการ การนำเชนส์โรงแรมเข้ามาบริหารเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

ส่วนโครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม มูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท พื้นที่โครงการ 7 ไร่ เป็นอาคารสูง 70 ชั้น จำนวน 349 ยูนิต พื้นที่ 60-222 ตารางเมตร ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 80% สัดส่วนเป็นคนไทย 70% และชาวต่างชาติ 30% ราคาขายปัจจุบันอยู่ที่ 250,000 บาทต่อตารางเมตร จากเดิม 230,000 บาทต่อตารางเมตร

สำหรับโครงการ โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บลูเลอวาร์ด มียอดขายแล้ว 75% เพราะช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่กลับขณะสถานการณ์ฟื้นตัวดีขึ้น โดยมีแผนที่จะนำโครงการไปโรดโชว์ที่สิงคโปร์ ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

เช็คก่อนตกลงใจช็อปสินค้า ณ ตลาด โรงเกลือ

Posted by admin on November 01, 2014
สาระน่ารู้ / Comments Off

หลายคนที่เคยทัศนาจรไปซื้อของที่ตลาด โรงเกลือ ที่ถือหมายถึงแหล่งรวมสินค้ามือสองขนาดใหญ่ที่สุดเลย แม้บางท่านจะบอกว่าที่ตลาด โรงเกลือ ตรงนั้น จะเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมือสองซึ่ง ตลาดโรงเกลือ จะเน้นย้ำขายเสื้อผ้า รองเท้ามือสอง โดยประเทศต่างๆ ที่ลงมาวางขาย มอบให้นักช็อปได้เลือกซื้อหากัน แต่ก็อย่าลืมคำว่า ตาดีได้ตาร้ายเสียเชียวนะ โดยเหตุที่อาจจะมีของไม่ดีปะปนมาวางขายรวมกัน แบบที่คุณอาจจะไม่ทันสังเกตก็ได้ ก่อนจะตัดสินใจช็อปลองเช็คสินค้าให้เป๊ะก่อนดีกว่าคะ

โรงเกลือ ศูนย์รวมเป็นแบรนด์เนมมือสอง
อาจจะต้องใจคนรักของแบรนด์เนมก็ได้ โดยเหตุที่หากมาที่ตลาด โรงเกลือ คงไม่ผิดหวัง เนื่องจากที่นี่เป็นศูนย์รวมของแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุด อาจจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าดำเนินคนทั่วโลก ที่มาวางขายที่นี่ ซึ่งของบางอย่างอาจจะดูเหมือนใหม่ด้วยซ้ำ คนที่มาช็อปที่ตลาด โรงเกลือ สำหรับนำสินค้าไปขายต่อ จำต้องดูเรื่องลายลิขสิทธิ์ด้วย ถึงจะเป็นของมือสองก็ทำให้คุณโดนปรับได้

ตลาด โรงเกลือ เน้นย้ำปริมาณมากกว่า คุณภาพ
เป็นที่รู้กันดีว่า พ่อค้าแม่ค้าที่ดั้นด้นไปซื้อเสื้อผ้ามาขายนั้น โดยมากที่มักจะซื้อประเภทยกกระสอบ เพราะจะได้ราคาที่ถูก แต่ข้อเสียคือ อาจจะเลือกไม่ได้นั่นเอง แม้เสื้อผ้าจักตกตัวละไม่ถึงสิบบาท แต่คุณลักษณะที่เปิดจากกระสอบออกมาอาจจะเหลือไม่ถึงสองบาทด้วยซ้ำ

ตลาด โรงเกลือ มีทุกสิ่งทุกอย่างให้เลือกคัดแต่ต้องดูดีๆ
เนื่องจากตลาด โรงเกลือ ที่ทางดูแล้วก็ไม่ต่างพร้อมตลาดนักขนาดใหญ่ เช่นแต่มีของอุปโภคให้ช็อปตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ คนที่หมายจะมองหาสินค้าไปขาย เหมาะสมจะตั้งเป้าไว้ก่อนว่า จะเอาอะไรไปขายดี เนื่องด้วยหากมัวทว่าไปคิดหรือเดินดุ่มหาที่ตลาด โรงเกลือ สามารถทำให้คุณเสียเวลา เกี่ยวกับมัวแต่เพลิดเพลินพร้อมทั้งการเดินดุ่มชมของตลอดวันจนลืมนึกไปก็ได้

ตลาด โรงเกลือ โดยสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ไม่ต่างจากตลาดนัดบ้านเรา
ถ้าหาก ตลาด โรงเกลือ จะคือแหล่งรวมสินค้าหนาหูหนาตา แต่ของบางอย่างที่เป็นมือหนึ่งแบบเสื้อผ้า ที่แลแล้วหามิได้แตกต่างจากโบ๊เบ๊หรือประตูน้ำด้วยซ้ำ แถมราคายังแพงสุดๆ เหตุเพราะคงจะเสริมค่ารถไปหลายขุมกระมัง ซึ่งก็ควรจะดูให้ดี ก็เพราะว่าถ้าไม่ใช่ลูกค้าประจำของ ตลาด โรงเกลือ คุณอาจถูกโก่งสนนราคาได้ ก่อนตัดสินใจช็อปควรจะย่างก้าวสำรวจหลายๆร้านก่อน

เนื่องมาจากสินค้าแบรนด์เนม บวกกับราคาที่ถูกมากมาย ทำให้ผู้คนหรือพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันเดินทางไปซื้อถึง ตลาดโรงเกลือ แต่ก่อนกำหนดจะตัดสินใจช็อปก็ควรจะเช็คทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีจะได้มิจำต้องมานั่งเก๊กซิมภายหลัง

ดอกเบี้ยบ้าน เลือกอย่างไรส่งมอบเท่าทุนค่าที่สุด

Posted by admin on October 28, 2014
แบบบ้านๆ / Comments Off

ดอกเบี้ยบ้าน ที่ไหนไม่ผิดที่สุด เชื่อว่าหลายๆท่านที่กำลังคิดอยากจะสร้างบ้าน ซื้อบ้าน แตกต่างก็เพียรค้นหาคำตอบนี้กันนะครับ ซึ่งจากการที่ผมได้เรียนรู้เรื่อง ดอกเบี้ยบ้าน มาก่อนที่จะกู้ซื้อบ้านนั้น พบว่า หากถามว่า ดอกเบี้ยบ้าน ที่สถาบันการเงินใดมีดอกเบี้ยถูกที่สุดคำตอบที่พบเห็นก็คือ ไม่มี ดอกเบี้ยบ้าน ของที่ไหนถูกที่สุดครับ ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น ณ ตอนนั้นๆมากกว่า หลังจากนั้นก็จะเกาะตาม MRR (Minimum Retail Rate) เหมือนๆกัน เด่นนั้นวันนี้เราจึงมาดู วิธีการออกเสียง กู้ซื้อบ้าน เพื่อจะได้ ดอกเบี้ยบ้าน ราคาถูกกันครับ

1.เปรียบเหมือนเทียบราคา ดอกเบี้ยบ้าน ทิ้งสถาบันการเงิน
ในขั้นแรกนั้น ท่านจะจำเป็นต้องเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยบ้าน จากสถาบันการเงินต่างๆว่า ณ ในช่วงกาลนี้สถาบันการเงินไหนมีโปรโมชั่นข้อ ดอกเบี้ยบ้าน อย่างไรมั่ง เบื้องต้นอาจจะศึกษา ดอกเบี้ยบ้าน จากอินเตอร์เน็ตก่อน ดูขนมจากโปรโมชั่นพร้อมด้วยเรทดอกเบี้ยของธนาคาร และหากท่านสนใจธนาคารไหนแล้ว ท่านก็ลองเข้าไปคุยกับแบงก์ตรงๆเลยครับ เนื่องมาจากว่าในส่วนนี้แบงก์จะยินดีบริการท่านเต็มที่ และทางธนาคารก็สามารถให้คำสนองไขท่านได้ดีที่สุด เนื่องเคลื่อนเป็นเจ้าของผลิตผลนั่นเอง

2.ลองแล ดอกเบี้ยบ้าน สวัสดิการของบริษัทท่าน
โดยปกติหลังจากนั้น บริษัทฯไม่ก็หน่วยงานต่างๆจะมีการร่วมกับทางธนาคารเพราะด้วยขอสิทธิพิเศษในที่เรื่องข้าวของ ดอกเบี้ยบ้าน ไว้เพราะว่าเป็นสวัสดิการของพนักงาน ซึ่งส่วนมากจะเป็นธนาคารอาคารสงเคราะห์ ครับ ซึ่งดอกเบี้ย จะถูกกว่าการที่ท่านไปติดต่อกับธนาคารโดยตรงระยะยังไม่มีโปรโมชั่นครับ แต่หากธนาคารมีโปรโมชั่น ต้องลองเปรียบเทียบ ตำแหน่งดอกเบี้ยกันก่อนครับ โดยปกติอัตรา ดอกเบี้ยบ้าน ที่กู้เปลี่ยนสวัสดิการบริษัท จะอยู่ที่ประมาณ MRR -1% หรือมากกว่า ซึ่งผิดูผิวเผินจะดูถูกและน่าสนใจมาก เท่านั้นบางที สถาบันการเงินหรือว่าธนาคารอื่นๆอาจจะมีโปรโมชั่นในช่วงนั้นถูกกว่าอีกครับ ซึ่งต้องเปรียบเทียบให้ดีๆก่อนตัดสินใจ

3.ลองดูเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยบ้าน การผ่อน 30 ปี 20 ปี 15 ปี
ซึ่งโดยปกติ ดอกเบี้ยบ้าน นั้นจะรุ่งอยู่กับระยะเวลาการผ่อนชำระล้างด้วยครับ ดังนั้นผ่อนสั้น ดอกเบี้ยบ้าน ย่อมจะถูกกว่าผ่อนยาว ในที่นี้ท่านลองทำให้แบงค์ทำตะรางการผ่อนชำระให้ท่านดูครับ แล้วท่านลองเปรียบเทียบความคุ้มค่าและ ค่าผ่อนที่ท่านตริว่าผ่อนต่อเดือนไหวเหมือนกันครับ แจกแจงง่ายๆแบบนี้จะทำยื่นให้ท่านเห็น ตัวเงินที่ท่านต้องจ่ายจริง พร้อมด้วยอัตรา ดอกเบี้ยบ้าน ทั้งเรียบครับ ซึ่งจะง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้นครับ
ดังนั้นแล้ว อัตรา ดอกเบี้ยบ้าน จึงไม่มีอัตราที่ธนาคารไหนควรที่สุดครับ ซึ่งท่านจะต้องเสี่ยงศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบดูครับ สบายที่สุดก็คือไปให้ทุกแบงก์ครับ ยื่นให้แต่ละแบงค์เปรียบเทียบ ดอกเบี้ยบ้าน ให้เราไปเลย ไม่ต้องเกรงดวงจิตนะครับ แบงก์ยินดี จะเอื้ออำนวยบริการท่านแน่นอนครับ สำหรับถ้าท่านเป็นลูกค้าธนาคารก็จักหาได้รับผลคุณค่าครับ